News

กรมชลฯ ผลักดันค่าความเค็มลุ่มเจ้าพระยาต่อเนื่อง ล่าสุดยังทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ควบคุม

14/01/2020

กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้าบริหารจัดการน้ำและผลักดันค่าความเค็ม จากระดับน้ำทะเลหนุนสูงช่วง
13 – 15 ม.ค. 62 เพื่อลดผลกระทบต่อการผลิตประปา กล้วยไม้ และพืชผลทางการเกษตร

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)
ปัจจุบัน(14 ม.ค. 63)มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,789 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 43 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 4,093 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน

ด้านค่าความเค็มในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังกรมชลประทานได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำเพื่อผลักดันค่าความเค็มที่รุกตัวในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเกิดน้ำทะเลหนุนช่วงวันที่ 13 – 15 ม.ค. 63 ทำให้สถานการณ์ค่าความเค็มยังคงทรงตัวและอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ วันนี้(14 ม.ค. 62) แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีประปาสำแล เวลา 08.00 น. วัดได้ 0.19 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวัง 0.25 กรัมต่อลิตร มาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาไม่เกิน 0.50 กรัมต่อลิตร) แม่น้ำท่าจีน ที่สถานีปากคลองจินดา เวลา 08.00 น. วัดได้ 0.27 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร) ส่วนแม่น้ำปราจีน-บางปะกง ที่สถานีปราจีนบุรี เวลา 07.00 น. วัดได้ 0.07 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร) และ แม่น้ำแม่กลอง ที่สถานีปากคลองดำเนินสะดวก เวลา 07.00 น. วัดได้ 0.25 กรัมต่อลิตร (เกณฑ์เฝ้าระวังสำหรับกล้วยไม้ 0.75 กรัมต่อลิตร เกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อการเกษตรไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร)

กรมชลประทาน จะดำเนินการบริหารจัดการน้ำและการผลักดันค่าความเค็มที่รุกตัวในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแผนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเสถียรภาพและความมั่นคงด้านน้ำ ทั้งนี้ ต้องขอย้ำว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด จำเป็นต้องมีการจัดสรรให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลักอย่างไม่ขาดแคลน พร้อมกันนี้ต้องขอความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนให้ใช้น้ำตามแผนที่วางไว้ และใช้น้ำอย่างประหยัดคุ้มค่าให้มากที่สุด

No Comments

    Leave a Reply